| คุ้มเจ้าบุรีรัตน์(มหาอินทร์) |
| ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้าด้านที่ตัดกับถนนราชดำเนิน
ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เจ้าบุรีรัตน์เป็นตำแหน่งทางราชการ
คุ้มเจ้าบุรีรัตน์หลังนี้คาดว่าสร้างขึ้นระหว่างปี
พ.ศ. ๒๔๓๒-๒๔๓๖ ปัจจุบันตกเป็นของตระกูลกิติบุตรและทิพย์มณฑล
ซึ่งมอบให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดตั้งเป็นศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา
ภายใต้การดูแล จัดการ และดำเนินงาน ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
เพื่อเก็บข้อมูล และค้นคว้า วิจัย อันนำไปสู่แนวทางในการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง
|
| ชุมชนวัดเกตุ |
| เป็นชุมชนโบราณที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิงด้านตะวันออก
เกิดจากชนหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน
ชาวฝรั่ง และชาวพื้นเมือง สามารถดูได้จากรูปแบบของ
สถาปัตยกรรม ที่ยังหลงเหลือมาจนถึงในปัจจุบันนี้
มีวัดเกตุการามอยู่ศูนย์กลาง ระหว่างชุมชน การก่อสร้างอาคารบ้านเรือน
เริ่มขึ้นอย่างจริงจังช่วงหลัง พ.ศ. 2339 หรือหลังการสถาปนาเมืองเชียงใหม่เป็นประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง
ก่อนหน้าที่รถไฟจะมาถึงเชียงใหม่ที่นี่เป็นชุมชนที่เป็นท่าน้ำสำคัญของ
การเดินทางเรือระหว่างกรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพฯ)
มายังเมืองเชียงใหม่ และเมืองอื่นๆที่อยู่ทางใต้ลงไป
ย่านวัดเกตุจึงเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจ
ของเมืองเชียงใหม่ในยุคนั้น |
| พิพิธภัณฑ์ชาวเขา
|
| ตั้งอยู่ในบริเวณสวนล้านนา
ร.9 ถนนโชตนา อยู่ในความดูแลของสถาบันวิจัยชาวเขา
กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
เป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านชาติพันธุ์วิทยา
จัดเก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานวัฒนธรรมของชนเผ่าบนที่สูง
หรือ ชาวเขา ประกอบด้วยกลุ่มชนจำนวน 9 กลุ่ม
คือ กะเหรี่ยง แม้ว เย้า ลีซอ อีก้อ มูเซอ ลัวะ
ถิ่น ขมุ และกลุ่มชนเล็กที่สุดอีกกลุ่มหนึ่งคือ
มลาบรี หรือผีตองเหลือง มีลักษณะวัฒนธรรมของตนเองที่แตกต่างกันไป
พิพิธภัณฑ์ชาวเขาได้จัดแสดง วิถีชีวิตความเป็นอยู่
ประเพณี ความเชื่อและภูมิปัญญาชาวเขา ซึ่งถูกนำมาถ่ายทอดผ่านการจัดแสดงทางวัตถุศิลป์
จัดเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชาวเขาที่เป็นประโยชน์ในการศึกษา
ค้นคว้าสำหรับผู้สนใจทั่วไป เปิดทุกวัน เวลา
9.00-16.00 น. ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5321
0872, 0 5322 1933 |
| พิพิธภัณฑ์แมลงและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ
|
| รวบรวมแมลงชิดต่างๆ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
และซากดึกดำบรรพ์ ต่างๆเช่น ด้วง กวาง ตั๊กแตน
นอกจากแมลงแล้ว ยังมีซากพืชซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆ
และหินสะสมสวยงามเป็นแหล่งรวมยุงในประเทศไทยสี่ร้อยกว่าชนิดที่ใช้เวลา
สี่สิบกว่าปีรวบรวมเพื่องานวิจัยทางการแพทย์
จัดแสดงที่ 72 นิมมานเหมินทร์ ซ. 13 (ศิริมังคลาจารย์
ซ. 3) ถ.ห้วยแก้ว อ.เมือง โทร.0 5321 1891 โทรสาร
410916 E-mail address: insects_museum@hotmail.com
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างประเทศ
200 บาท เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 09.00-16.00
น. |
| พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
|
| ตั้งอยู่บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์
(เชียงใหม่-ลำปาง) ใกล้ๆ กับวัดเจ็ดยอด รวบรวมสิ่งของที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือไว้
เช่น พระพุทธรูปสกุลช่างสมัยล้านนาต่างๆ และพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน
เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องถ้วยภาคเหนือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาและชาวเขาเผ่าต่างๆ
ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ |
| โรงงานไทยศิลาดล |
| เป็นโรงงานผลิตเครื่องเคลือบดินเผาแบบโบราณ
ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร โรงงานเปิดจันทร์-เสาร์
เวลา 8.00-17.00 น. โทร. 0 5321 3245, 0 5321
3541 |
| โรงพยาบาลบรรเทาทุกข์โบราณภาคเหนือ
|
| มูลนิธิหมอชีวกโกมารภัจจ์ ให้บริการตรวจรักษาโรคทุกชนิดตามหลักวิชาการแพทย์แผนโบราณ
ใช้ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ การอบไอยาสมุนไพร และนวดไทยบำบัด
นอกจากนั้นยังมีการอบรมสอนการแพทย์แผนโบราณสาขาเภสัชกรรม
สาขาเวชกรรม และการนวดไทยพื้นฐานให้ผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันพระ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00
น. โรงพยาบาลบรรเทาทุกข์ฯ ตั้งอยู่เลขที่ 78/1
ถ.วัวลาย ต.หายยา อ.เมือง โทร. 0 5327 5085 |
| วัดกู่เต้า |
| เดิมชื่อ วัดเวฬุวนาราม ตั้งอยู่ในตำบลศรีภูมิ
ติดกับสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ มีเจดีย์ที่มีลักษณะแปลกไปกว่าเจดีย์อื่นๆ
ในเมืองไทย ลักษณะของเจดีย์องค์นี้คล้ายกับนำผลแตงโมมาวางซ้อนกันไว้หลายๆ
ลูก ชาวบ้านจึงเรียกว่า เจดีย์กู่เต้า วัดนี้ไม่มีประวัติแจ้งไว้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด
แต่มีตำนานเล่าว่า เจดีย์กู่เต้านี้เป็นที่บรรจุอัฐิของเจ้าฟ้าสารวดี
ซึ่งเป็นราชโอรสของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งมาครองเมืองเชียงใหม่ในระหว่างปี
พ.ศ. 2122-2150 |
| วัดเจ็ดยอด |
| ตั้งอยู่บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์(เชียงใหม่-ลำปาง)
ห่างจากตัวเมือง 4 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2020 โดยพระเจ้าติโลกราชกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย
|
| วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร |
| อยู่ที่ถนนพระปกเกล้า วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่พอดี
ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่
สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่
๗ แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.๑๙๑๓-๑๙๕๔) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม
แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๔ และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง
พ.ศ.๒๐๑๑-๒๐๙๑ นานถึง ๘๐ ปี ต่อมาในสมัยพระนางจิระประภา
ได้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๘๘ ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง
ปัจจุบันเจดีย์มีความสูงคงเหลือ ๔๐.๘ เมตร ฐานกว้างด้านละ
๖๐ เมตร |
| วัดช่างฆ้อง |
| สร้างเมื่อ พ.ศ.๑๙๐๐ ชาวบ้านช่างฆ้องที่อพยพมาจากเชียงแสนราวต้นรัตนโกสินทร์เป็นผู้สร้างขึ้น
ภายในวัดมีหอไตรซึ่งเป็นตึกสองชั้นตกแต่งด้วยลายปูนปั้นและไม้ฉลุ
เป็นศิลปะผสมระหว่างจีนและพม่า ด้านนอกอาคารมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเจ้าสิบชาติฝีมือช่างพื้นบ้าน
ซึ่งยังคงสมบูรณ์อยู่ |
| วัดเชียงมั่น |
| อยู่ถนนราชภาคินัย อำเภอเมือง
เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อ
พ.ศ. 1839 พระองค์ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า
วัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่
คือ พระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่
มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ เจดีย์สี่เหลี่ยมผสมทรงกลม
ฐานช้างล้อม พระอุโบสถ และหอไตร และที่สำคัญคือ
เจดีย์ทรงระฆังฐานสี่เหลี่ยม และมีช้างล้อมที่ฐานหมายความว่าคำจุนพระพุทธศาสนาไว้
|
| วัดตำหนัก |
| (วัดศิริมังคลาจารย์หรือวัดสวนขวัญ)
สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2050 ในสมัยพระเจ้าศิริธรรมจักรพรรดิราช
(พระเมืองแก้ว) กษัตริย์องค์ที่ 13 แห่งราชวงศ์มังราย
อาศรมแห่งนี้เป็นที่จำพรรษาของพระศิริมังคลาจารย์ผู้นิพนธ์พระคัมภีร์
มังคลัตถทีปนี ปัจจุบันนี้ชำรุดทรุดโทรมปรักหักพังลงแล้ว
วัดนี้ตั้งอยู่เส้นทางหางดงระหว่างหลักกิโลเมตรที่
7-8 ตรงข้ามสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ |
| วัดบุพพาราม |
| ตั้งอยู่บนถนนท่าแพเยื้องกับวัดแสนฝาง
อำเภอเมือง เป็นวัดคู่เมืองเชียงใหม่ พระเมืองแก้วโปรดให้สร้างเมื่อ
พ.ศ. ๒๐๓๙ ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๒ เจ้าหลวงธรรมลังกาโปรดให้สร้างวิหารหลังเล็กซึ่งเป็นเครื่องไม้ศิลปะล้านนา
หน้าบันเป็นปูนปั้นประดับกระจกแกะลายสลักไม้อย่างงดงาม
ส่วนวิหารหลังใหญ่หน้าบันมีลวดลายไม้แกะสลักแบบพม่า
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อด้วยทองแดงล้วนหนัก
๑ โกฏิ อายุ ๔๐๐ ปีเศษ และพระพุทธรูปเชียงแสนหล่อด้วยสำริดอยู่ทางด้านซ้ายและขวาอีกหนึ่งคู่
|
| วัดปราสาท |
| ตั้งอยู่บนถนนอินทวโรรส อำเภอเมืองใกล้กับวัดพระสิงห์
วิหารภายในวัดมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านนาดั้งเดิม
ที่หน้าบันวิหารมีลวดลายปูนปั้นประดับกระจก และไม้แกะสลักรูปสิงห์ฝีมือประณีต
ซุ้มปราสาทที่ประดิษฐานพระประธานเป็นศิลปะล้านนาโบราณที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง
|
| วัดป่าเป้า |
| ตั้งอยู่ที่ถนนมณีนพรัตน์ เป็นวัดเงี้ยวแห่งแรกในเมืองเชียงใหม่
สร้างขึ้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.๒๔๒๖ ชาวเงี้ยว หรือชาวไทยใหญ่ในสมัยนั้นจะอาศัยอยู่บริเวณย่านช้างเผือก
ข่วงสิงห์ ช้างม่อย ฟ้าฮ่าม และวังสิงห์คำ แต่เดิมบริเวณนี้มีต้นเป้าเป็นจำนวนมาก
วัดจึงได้ชื่อว่า วัดป่าเป้า ลักษณะของพระธาตุที่วัดป่าเป้านี้เป็นแบบไทยใหญ่
เละที่วัดได้จัดประเพณีปอยส่างลองเป็นประจำในเดือนเมษายนของทุกปี
|
| วัดพระธาตุดอยคำ |
| ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่เหี๊ยะ
อำเภอเมือง เดินทางไปได้ตามเส้นทางเรียบคลองชลประทาน
จะมีป้ายบอกข้ามคลองไปทางต.แม่เหี๊ยะ ตามประวัติ
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ ว่า ขณะนั้นวัดอยคำเป็นวัดร้าง
ต่อมากรุแตกชาวบ้านพบโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น
พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ(เนื้อดิน)
ซึ่งนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยคำ พระธาตุดอยคำนอกจากจะเป็นที่สักการะบูชาของคนท้องถิ่นแล้ว
ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ทางสายตา
ก่อนที่จะลงจอดที่สนามบิน |
| วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
|
| เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
ไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ระหว่างทางจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง
ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่
นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคน
ถ้าหากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่
มีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันเพ็ญวิสาขบูชาทุกป
|
| วัดพระสิงห์วรวิหาร |
| อยู่ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์
อำเภอเมือง พญาผายูกษัตริย์องค์ที่ ๕ ในราชวงศ์มังรายโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างวัดนี้ขึ้น ในปีพ.ศ. ๑๘๘๘ พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์
สูง ๒๔ ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู
พระราชบิดา มีพระพุทธรูปที่สำคัญอยู่องค์หนึ่งคือพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัด
สมาธิเพชร ตามประวัติเล่าว่าเจ้ามหาพรหมได้เชิญพระสิงห์มาจากเมืองกำแพงเพชร
เพื่อถวายแด่พระเจ้าแสนเมืองมา แต่พอราชรถมาถึงวัดมีเหตุให้ต้องอัญเชิญประดิษฐาน
ไว้ที่นี่ เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนน
รอบเมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วกัน ในวิหารลายคำซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ยังมีจิตรกรรมฝาผนัง
เรื่องสุพรรณหงส์ และสังข์ทองซึ่งพบเพียงที่นี่แห่งเดียว
ยังมีศิลปกรรมอื่นๆ ที่น่าชม ได้แก่ พระอุโบสถตกแต่งแบบศิลปะล้านนา
หอไตรประดับด้วยรูปปูนปั้นเทวดา และเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา
|
| วัดพวกหงษ์ |
| ตั้งอยู่ถนนสามล้าน (ในซอยตรงข้ามกับซอยสามล้าน
๗) ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง สิ่งที่น่าสนใจ คือ
วัดนี้มีเจดีย์โบราณซึ่งพบว่ามีเพียงสามวัดในเชียงใหม่
คือ วัดพวกหงษ์ วัดร่ำเปิง และวัดเจดีย์ปล่อง
มีลักษณะเป็นทรงกลม ก่ออิฐถือปูนฐานเป็นสี่เหลี่ยมหนึ่งชั้น
เหนือขึ้นไปเป็นฐานทรงกลมสามชั้น และมีองค์เจดีย์เป็นทรงกลมซ้อนกัน
๗ ชั้นจากใหญ่ไปหาเล็ก โดยรอบเป็นซุ้มพระพุทธรูปรวม
๕๒ ซุ้ม ตามประวัติเจดีย์นี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.
๒๐๓๐ สมัยพระเจ้ายอดเชียงราย และได้รับการบูรณะสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
พ.ศ. ๒๓๖๔ นอกจากนี้ที่วัดยังเก็บรักษาคัมภีร์ธรรมเก่าแก่เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผี
และ มูลศาสนา |
| วัดพันเตา |
| ตั้งอยู่บนถนนพระปกเกล้า ติดกับวัดเจดีย์หลวง
วิหารเดิมเป็นหอคำ หรือท้องพระโรงหน้าของพระเจ้ามโหตรประเทศ
เป็นอาคารเครื่องไม้ แบบพื้นเมือง ซุ้มประตูประดับไม้แกะสลักรูปนกยูงอันเป็นสัญลักษณ์ของเจ้านาย
ฝ่ายเหนือซึ่งมองดูวิจิตรและสง่างาม |
| วัดศรีสุพรรณ |
| ตั้งอยู่ที่ ถนนวัวลาย ตำบลหายยา
สร้างขี้นเมือพุทธศักราช 2043 รัฐสมัยของพระเจ้าเมืองแก้ว
กษัตริย์ในราชวงค์มังราย และทำการผูก พันธสีมาพระอุโบสถ
พุทธศักราช 2052 ใช้เป็นที่ทำสังฆกรรมของคณะสงฆ์
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปาฏิหารย์ (พระเจ้า 500
ปี) ของวัดศรีสุพรรณมาโดยตลอด และอุโบสถหลังนี้ได้ชำรุดทรุดโทรมลงจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม
และจะได้มีการสร้างอุโบสถใหม่เป็นอุโบสถเงิน |
| วัดสวนดอก หรือวัดบุปผาราม
|
| ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพ ในเขตอำเภอเมือง
พญากือนาทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเกตุ)
เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถระสุมน ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในล้านนา
วัดนี้แต่เดิมเป็นพระราชอุทยานของกษัตริย์ล้านนาไทยสมัยแรกเริ่ม
มีสถาปัตยกรรมสำคัญ คือ เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงกลม
กู่บรรจุอัฐิเจ้าตระกูล ณ เชียงใหม่ และวิหารโถง
นอกจากนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเก้าตื้อ
ซึ่งพญาเมืองแก้วโปรดให้หล่อขึ้น เป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่
ศิลปะล้านนาผสมกับศิลปะสุโขทัย |
| วัดแสนฝาง |
| ตั้งอยู่ที่ถนนท่าแพ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่มีศิลปกรรมพม่าผสมอยู่
โดยเฉพาะเจดีย์ที่มีการตกแต่งลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม
นอกจากนี้ยังมีกุฏิเจ้าอาวาสซึ่งสร้างมานานกว่า
100 ปี เป็นจุดที่น่าสนใจอีกด้วย ตามประวัติเล่าว่าพระเจ้าอินทวิชยานนท์
เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ให้รื้อที่ประทับของพระเจ้ากาวิโรรสสุริวงศ์
(เจ้าชีวิตอ้าว) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่
6 มาสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2420 ครั้นสร้างเสร็จแล้วจึงโปรดให้มีการฉลองในปี
พ.ศ. 2421 |
| วัดอุปคุต |
| ตั้งอยู่ถนนท่าแพ ด้านสะพานนวรัฐ
ลงจากสะพานผ่านสี่แยกมาประมาณ ๑๐ เมตร จะพบวัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ
สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเพณีใส่บาตรพระอุปคุต ชาวเหนือเชื่อว่าหากเดือนใดมีวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธ
หรือที่เรียกว่า เป็งพุธ พระอุปคุตจะปลอมเป็นเณรมาบิณฑบาตตอนเที่ยงคืน
ชาวบ้านเชื่อว่าหากได้ใส่บาตรพระอุปคุตจะได้บุญมาก
จึงมีประเพณีใส่บาตรตอนเที่ยงคืน |
| วัดอุโมงค์ |
| ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพ อำเภอเมือง
หากไปจากตลาดต้นพยอม วิ่งผ่านสี่แยกคลองชลประทานด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประมาณ
500 เมตร เข้าซอยทางด้านซ้ายมือไปประมาณ 2 กิโลเมตร
|
| เวียงกุมกาม |
| เป็นเมืองโบราณที่พญามังราย
(พ่อขุนเม็งราย) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ
พ.ศ. 1829 โดยให้ขุดคูเวียงทั้ง 4 ด้าน ไขน้ำแม่ปิงให้ขังไว้ในคูเวียง
โบราณสถานที่ปรากฎอยู่ในเวียงกุมกาม และใกล้เคียง
จากการสำรวจพบว่ามีอยู่ 20 แห่ง ทั้งที่เป็นซากโบราณสถาน
และเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่ แต่ละแห่งอยู่กระจัดกระจายกัน
มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 21-22 โบราณสถานที่สำคัญ
ได้แก่ วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดช้างค้ำ และซากเจดีย์
วัดน้อย วัดปู่เปี้ย วัดกู่ขาว วัดอีก้าง วัดหัวหนอง
และ วัดปู่ซ้ง |
| ศาลาธนารักษ์ ๑ |
| จังหวัดเชียงใหม่รวบรวมและจัดแสดงทรัพย์สินโบราณอันมีค่า
ประกอบด้วยเงินตราไทย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งเป็นศูนย์รับแลก-จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์และตรวจพิสูจน์เหรียญกษาปณ์ในภูมิภาคนั้นๆ
ตลอดจนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์
และธนบัตรไทย เปิดทำการวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา
๐๙.๐๐-๑๕.๓๐ น. ที่เลขที่ ๕๒ ถ.ราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ
อ.เมือง โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๔๒๓๗-๘ |
| ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ
|
| ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดนิทรรศการถาวร มหัศจรรย์ดอยสุเทพ
ให้ศูนย์ธรรมชาติวิทยาศาสตร์ดอยสุเทพฯ เป็นศูนย์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับดอยสุเทพ
ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชน นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางขึ้นไปเที่ยวบนดอยสุเทพ
โดยมีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และดอยสุเทพ เพื่อจะได้หวงแหนและอนุรักษ์ทรัพยากรอันมีค่าต่อไป
|
| ศูนย์ศิลปะการแสดงกาดสวนแก้ว
|
| ตั้งอยู่ในอุทยานการค้ากาดสวนแก้ว
สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการนำเสนอกิจกรรมทางศิลปะ
และวัฒนธรรม โรงละครกาดสวนแก้วเป็นโรงละครที่มีการออกแบบและใช้อุปกรณ์ทางเทคนิคที่ทันสมัย
เปิดแสดงละครทั้งของไทยและต่างประเทศ สอบถามรายการการแสดงได้ที่
โทร. 0 5322 4333 ต่อ กาดศิลป์ |
| สวนรุกขชาติห้วยแก้ว |
| เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาชนิดไว้ศึกษา
เป็นสถานที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนและยังมีสวนสุขภาพสำหรับออกกำลังกาย
ตั้งอยู่ถัดจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทางขึ้นดอยสุเทพ
|
| สวนสัตว์เชียงใหม่ |
ตั้งอยู่ที่ถนนห้วยแก้ว ใกล้กับสวนรุกขชาติ
เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ได้รับการจัดสภาพอย่างดี
บริเวณกว้างขวาง มีบรรยากาศร่มรื่น และมีสัตว์อยู่มากกว่า
2,000 ชนิด ทั้งที่มีอยู่ในเมืองไทยและนำมาจากต่างประเทศ
ภายในสวนสัตว์ยังมีอุทยานสัตว์น้ำ 700 ปี ศรีนครพิงค์
สวนนกเพนกวิน และสวนนกฟิ้นซ์ซึ่งเป็นนกขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็น
อัญมณีบินได้
ในเดือนพฤศจิกายน 2546 เปิดให้เข้าชมหมีแพนด้าจากประเทศจีน
โดยเก็บค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20
บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท นักบวชในทุกศาสนาฟรี
หมายเหตุ ค่าเข้าชมนี้เก็บแยกจากบัตรผ่านประตูสวนสัตว์เชียงใหม่
|
| เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง
|
| เป็นหลักเมืองเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่
เมื่อปี พ.ศ. 1839 ปัจจุบันนี้อยู่ตรงหน้าวัดเจดีย์หลวง
เสาอินทขิลนี้ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ
หลักอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน
ทุกปีในเดือนพฤษภาคมจะมีงานเรียกว่า เข้าอินทขิล
เป็นการฉลองหลักเมือง |
| หมู่บ้านทำเครื่องเงิน
|
| อยู่บริเวณถนนวัวลาย ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเครื่องเงิน
เช่น หีบบุหรี่ ช้อนส้อม ถาดผลไม้ เชี่ยนหมาก
ฯลฯ มีลวดลายประณีตบรรจง นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตเครื่องเงินอยู่บริเวณเส้นทางเชียงใหม่-สันกำแพง
และถนนช้างคลาน |
| หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่
|
| ตั้งอยู่ที่ ถนนพระปกเกล้า
ต.ศรีภูมิ (ใกล้กับวัดพระสิงห์) บริเวณที่ตั้งเคยเป็นสะดือเมือง
ตั้งแต่สมัยพระยาเม็งราย เป็นที่ตั้งของเสาอินทขีล
หรือเสาหลักเมือง ก่อนที่พระเจ้าติโลกราชจะโปรดให้ย้ายเสาอินทขีลไปไว้ที่วัดเจดีย์หลวง
ที่ดินนี้เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิโรรสสริยวงศ์
เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 จนถึงสมัยเจ้าดารารัศมี
เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองตามระบบเทศาภิบาล ได้ประทานให้รัฐบาล
ตัวอาคารสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2467 เคยใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ
และศาลากลางจังหวัดเขียงใหม่ หลังจากที่ย้ายไปใช้ศาลากลางหลังใหม่
เทศบาลนครเชียงใหม่จึงขอปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิฑิธภัณฑ์ในปี
พ.ศ.2540 และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นในปี
พ.ศ. 2542 ประเภทที่ทำการอาคารสาธารณะ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่
และวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มา
และที่อาคารส่วนหลังจัดแบ่งเป็นห้องแสดงนิทรรศการหมุนเวียน
วันเวลาเปิดทำการ 08.30-17.00 วันอังคาร-อาทิตย์
ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดทำการวันจันทร์ ค่าเข้าชม
20 บาท นักเรียนนักศึกษา 10 บาท รายละเอียดติดต่อโทร.
0 5321 7793, 0 5321 9833 โทรสาร 0 5321 9833
หรือ http://www.chiangmaicitymuseum.org/ |
| อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
|
| ตั้งอยู่ตรงทางขึ้นดอยสุเทพ
ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้ว ครูบาศรีวิชัยเป็นนักบุญแห่งล้านนาไทยผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเชียงใหม่
และประชาชนโดยทั่วไป ผู้ที่จะขึ้นไปดอยสุเทพมักจะแวะนมัสการอนุสาวรีย์
ครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสวัสดิมงคล ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือ
ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ
โดยเริ่มลงมือ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 และแล้วเสร็จเมื่อปี
พ.ศ. 2478 รวมระยะทางจากเชิงดอยไปถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ
10 กิโลเมตร |
| อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
|
มีพื้นที่ประมาณ 262.50 ตารางกิโลเมตร
หรือ 163,162.50 ไร่ครอบคลุมท้องที่อำเภอแม่ริม
อำเภอหางดง และอำเภอเมือง ประกอบด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์
ภูเขาที่สูงสลับซับซ้อน ดอยที่สำคัญได้แก่ ดอยสุเทพ
ดอยบวกห้า และดอยปุย เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร
ทั้งมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญทางศาสนา และทางประวัติศาสตร์
การเดินทาง
การเดินทางไปยังที่ทำการอุทยานฯ จากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ
5 กิโลเมตร ตามถนนห้วยแก้ว-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-สวนสัตว์เชียงใหม่
ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ จากนั้นเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยถึงทางแยกขวามือ
มีป้ายบอกทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานมีบริการบ้านพักรายละเอียดติดต่อ กรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่
http://www.dnp.go.th/ |