| จุดชมวิวกิ่วลม |
| อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงทางแยกซึ่งจะไปหมู่บ้านปะหล่องนอแลทางหนึ่ง
และบ้านมูเซอขอบด้งทางหนึ่ง สามารถชมวิวได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก
หรือทะเลหมอก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย
|
| ดอยผ้าห่มปก |
| อยู่ในเทือกแดนลาวที่ทอดตัวยาวมาตั้งแต่ตอนใต้ของยูนนานลงมาแบ่งชายแดนไทย
- พม่า ตั้งแต่เชียงรายจนถึงแม่ฮ่องสอนจึงไปจรดกับเทือกเขาถนนธงชัย
ดอยแห่งนี้มีความสูง เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ
(2,297 เมตร) ดูจะสูงตระหง่านเสียดฟ้ามีเมฆหมอก
ปกคลุมอยู่ตลอดเวลาจึงมีผู้เปรียบเปรยว่า ฟ้าห่มปก
การที่ขึ้นไปสัมผัสหมอกหนาว และไอเย็นที่นี่
นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพภาพอันสวยงามแล้ว ยังจะได้พบนกนานาชนิด
ที่อาศัยที่นี่เป็นทั้งที่พักพิงชั่งคราวและประจำ
มีชนเผ่าหนึ่งอาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่าครึ่งศตวรรษ
แล้วคือมูเซอ การจะเดินทางขึ้นสู่จุดยอดดอยผ้าห่มปกนั้นต้องเตรียมตัวอย่างดีเพราะต้อง
เดินป่าปีนเขาอย่างสมบุกสมบัน และก่อนเดินทางติดต่อขออนุญาตจากส่วนอนุรักษ์ต้นน้ำ
กรมป่าไม้ โทร. 0 2561 4292 ต่อ 736 และที่นี่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ
นักท่องเที่ยวต้องเตรียมไปเอง |
| ดอยอ่างขาง
|
| บนเส้นทางหลวงหมายเลข 107
(เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณกิโลเมตรที่ 137 จะมีทางแยก
ซ้ายมือเข้าบ้านยางที่ตลาดแม่ข่า เข้าไปอีกประมาณ
25 กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง สูงและคดเคี้ยว ต้องใช้รถสภาพดีและมีกำลังสูง
คนขับชำนาญ หรือจะหาเช่ารถสองแถว ได้ที่ตลาดแม่ข่า
อากาศบนดอยหนาวเย็นตลอดปีโดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม
อากาศเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำค้างแข็ง นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมเครื่องกันหนาว
มาให้พร้อม เช่น หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เสื้อกันหนาว
|
| บ่อน้ำร้อนฝาง |
| ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอฝางไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ประมาณ 8 กิโลเมตร ในเขตตำบล บ้านปิน น้ำร้อนเกิดจากหินแกรนิตที่มีความร้อนเกือบเดือด
หรือเดือดระหว่าง 90 ํ-100 ํ เซลเซียส มีมากกว่า
50 แห่ง บ่อใหญ่มีไอน้ำพุ่งขึ้นสูงส่งกลิ่นกำมะถันกระจายไปทั่ว
|
| สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
|
| เรื่องกำเนิดของสถานีฯ
แห่งนี้เป็นเกร็ดประวัติเล่ากันต่อมาว่าครั้งหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ
ทางเฮลิคอปเตอร์ ผ่านยอดดอย แห่งนี้และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคาบ้าน
คนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัส สั่งให้เครื่องลงจอด
เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น
และหมู่บ้านตรงนั้นก็คือหมู่บ้านของชาวเขา เผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้น
ชาวเขากลุ่มนี้ยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ
สะพายดาบ พระองค์จึงมีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร
สถานีฯจึงเกิดขึ้นเมื่อปี 2512 มีโครงการวิจัยผลไม้
ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน โดยมุ่งที่จะหาผลิตผลที่มีคุณค่าพอที่จะทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา
และทำการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง
สามารถชมแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่
ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอรี่ สาลี่ ราสเบอรี่ พลับ
กีวี ลูกไหน เป็นต้น พืชผักเมืองหนาว เช่น แครอท
ผักสลัดต่างๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น
กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ มีการจำหน่ายผลิตผลที่ปลูกในบริเวณโครงการฯ
ให้แก่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาล ในสถานีฯ มีที่พักและมีสถานที่กางเต็นท์
บริการแก่นักท่องเที่ยวดูรายละเอียดในข้อมูลที่พัก
|
| สวนบอนไซ |
| อยู่ในบริเวณสถานีฯ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เขตอบอุ่นและเขตหนาวทั้งใน
และต่างประเทศ ปลูก ดัด แต่ง โดยใช้เทคนิคบอนไซ
สวยงามน่าชม และในบริเวณเดียวกันก็มีสวนสมุนไพรด้วยฤดูท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือน
พฤศจิกายน - มกราคม |
| หมู่บ้านขอบด้ง |
| เป็นที่ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน
คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย
หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริม จากโครงการหลวงในด้านการเกษตรและด้านหัตถกรรมพื้นบ้าน
(เช่น อาบูแค เป็นกำไลถักด้วยหญ้าไข่เหามีสีสันและลวดลายในแบบของมูเซอ)
บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ
โดยชาวบ้าน ครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งช่วยกันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้
มีโอกาสเรียนรู้และศึกษาวัฒนธรรมของหมู่บ้านโดยที่ไม่เข้าไปรบกวนความเป็น
ส่วนตัวของเขามากเกินไป และยังมีโครงการมัคคุเทศก์น้อยที่อบรมเด็กนักเรียน
โรงเรียนบ้านขอบด้งเพื่อช่วยอธิบายวิถีชีวิตของพวกเขาให้ผู้มาเยือน
ทั้งนี้เพื่อ เป็นการปลูกจิตสำนึกและสร้างความรักท้องถิ่นให้เด็กๆ
ด้วย |
| หมู่บ้านคุ้ม |
| ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็กๆ
ประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน
อาทิชาวไทยใหญ่ ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้และเปิดร้านค้าบริการแก่นักท่องเที่ยว
|
| หมู่บ้านนอแล |
| ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย
พม่า แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมาที่นี่ได้ประมาณ
15 ปี คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า
ซึ่งมีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธ
ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดนไทย
- พม่า |
| หมู่บ้านหลวง |
| ชาวหมู่บ้านหลวงเป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่
2 และประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ
ปลูกผักผลไม้ เช่น พลัม ลูกท้อ และสาลี่ |