| วัดกองกาน |
| อยู่ห่างจากวัดพุทธเอ้นประมาณ
2 กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญของชาวแม่แจ่ม เนื่องจากภายในวิหารมีพระเจ้าตนหลวงซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแม่แจ่ม
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ชาวแม่แจ่มจะไปสรงน้ำองค์พระกันทุกปี
พระเจ้าตนหลวงนี้ เป็นแบบล้านนา และมีขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอแม่แจ่ม
ตัววิหารเป็นไม้ และหลังคามุงแป้นเกล็ดแบบโบราณ
|
| วัดกองแขก |
| ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่ม
ประมาณ 7 กิโลเมตร บนถนนสายฮอด-เม่แจ่ม ชุมชนบ้านกองแขกนับเป็นชุมชนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของแม่แจ่มซึ่งเป็นที่รวม
ของกลุ่มชาวบ้านที่อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น ชาวแม่พริกจังหวัดลำปาง
ชาวเชียงแสน จากเชียงราย ชาวน่าน เชียงคำ เป็นต้น
เมื่อมีชุมชนเกิดขึ้น การก่อสร้างวัด และศาสนสถานก็เกิดขึ้นตามมา
โดยเฉพาะวิหารวัดกองแขกที่เก่าแก่ไม่น้อยกว่าร้อยปี
เป็นฝีมือช่างชาวลำปางที่อพยพ มาอยู่ด้วยกัน
และที่สำคัญคือภาพจิตรกรรมฝาผนังคอสองของวิหารนั้น
มีความแปลกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวแม่แจ่มก็ว่าได้
เพราะภาพแต่ละภาพนั้นจิตรกรได้ใส่อารมณ์ตวัดปลายภู่กันอย่างเฉียบคมยิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นรูปพุทธประวัติ รูปเทวดาฟ้อนรำ
และรูปชาดกต่างๆ |
| วัดป่าแดด
|
| ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา สิ่งที่น่าสนใจ
คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร ที่ค่อนข้างสมบูรณ์
วาดโดยช่างแต้มชาวไทยใหญ่ เป็นเรื่องพุทธประวัติ
และชาดกต่างๆ วิหารหลังนี้สร้างขึ้น พร้อมกับการสร้างวัด
เมื่อ ประมาณปี พ.ศ. 2400 |
| วัดพุทธเอ้น |
| ตั้งอยู่ที่ตำบลช่างเคิ่ง
อำเภอแม่แจ่ม ตามประวัติกล่าวว่า วัดพุทธเอ้นก่อสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์
เมื่อ 200 กว่าปีมาแล้ว มีโบราณสถานซึ่งขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้วคือ
โบสถ์น้ำ ลักษณะคือสร้างในสระสี่เหลี่ยมโดยปักเสาลงในน้ำล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง
บริเวณรอบโบสถ์จนถึงกำแพง เรียกว่า อุทกสีมา
มีความหมายเหมือนกับ ขันทสีมา ของโบสถ์บนบก
โบสถ์น้ำนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้ว
คติการบวชในโบสถ์กลางน้ำนั้นถือว่าเป็นการบวชพระภิกษุสงฆ์ที่มีความบริสุทธิ์มากที่สุด
ได้รับอิทธิพลมาจากฝ่ายลังกา ปัจจุบันการบวชกลางน้ำนี้ได้ยกเลิกไปหมดแล้ว
บริเวณด้านหลังโบสถ์น้ำมีวิหารเก่าแก่ ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสกุลไทยใหญ่
ปัจจุบันหลงเหลือเพียงภาพเดียว เหนือประตูทางเข้าด้านหลัง
|
| วัดยางหลวง |
| ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา เส้นทางเดียวกับวัดป่าแดด
ไม่ไกลกันมาก ชาวกะเหรี่ยง หรือ ยาง เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 24 สิ่งที่น่าสนใจ
คือ กู่ปราสาท หรือ กิจกูฏ ซึ่งตั้งอยู่หลังพระประธานในวิหาร
คนโบราณถือว่าเป็นประตูไปสู่สวรรค์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของกิจกูฏเป็นแบบพุกามจากพม่า
ผสมกับล้านนาสกุลช่างเชียงแสน |
| สถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง
|
| พืชพันธุ์ที่นำมาวิจัยที่นี่ต่างมีฤดูกาลติดดอก
และพักตัวผลัดเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าวันหยุดพักผ่อนจะเป็นช่วงเดือนไหน
เมื่อมาที่นี่เป็นไม่เสียเที่ยว เพราะถึงจะพลาดชมความงามของดอกซากุระ
นักท่องเที่ยวก็จะได้ชิมสตรอเบอรี่ปลอดสารพิษสดจากไร่แทน
หรือ ถ้ามาไม่ทันช่วงท้อติดผล ก็จะได้เห็นความงามของดอกสาลี่สีขาว
และไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์พร้อมกับนั่งจิบชาทอดอารมณ์
ชมวิวบนยอดดอย ยิ่งบนดอยสูงอย่างที่แม่จอนหลวงนี้มีการปรับแต่งพื้นที่แบบขั้นบันได
ช่วยขยายมุมมองทัศนียภาพโดยรอบได้กว้างยิ่งขึ้น
|
| สวนป่าแม่แจ่ม |
| เป็นสวนป่าอีกแห่งหนึ่งขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
ตั้งขึ้นเมื่อปี 2516 มีเนื้อที่ประมาณ 6,932
ไร่ ปัจจุบันสวนป่าแม่แจ่มได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
มีลำน้ำแม่แจ่มที่ไหลผ่านในเขตสวนป่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการล่องแพ,
ปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือทำกิจกรรมอื่นๆ สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ
และทางสวนป่าได้จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้มาเยือน
อย่างครบครัน มีแคมป์ไฟ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลและอำนวยความสะดวกในยามค่ำคืน
นอกจากนี้ทางสวนป่าแม่แจ่มยังสามารถที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
กับนักเรียน หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการหาความรู้
และยังสามารถจัดประชุม หรือสัมมนาของภาครัฐและเอกชนได้อีกด้วย
|
| หมู่บ้านทอผ้าซิ่นตีนจก
|
| อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่มไปประมาณ
3 กิโลเมตร ตำบลท่าผา เป็นตำบลที่ชาวบ้านนิยมทอผ้าซิ่นตีนจกกันมาก
ซึ่งทำกันถึง 150 ครอบครัว และแต่ละบ้านจะมีเครื่องทออยู่ใต้ถุนบ้าน
ขณะนี้ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองชนิดนี้ กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง
เพราะมีความสวยสดงดงามและลวดลายที่ออกมามีเอกลักษ์เฉพาะราคาย่อมเยา
เหมาะที่จะซื้อไว้เป็นที่ระลึก |
| อำเภอแม่แจ่ม |
| อำเภอแม่แจ่มเป็นอำเภอเล็กๆในหุบเขามีวัฒนธรรมที่งดงาม
ตามประวัติกล่าวว่าที่อำเภอแม่แจ่มในสมัยก่อนเป็นถิ่นอาศัยของชาวลัวะ
และต่อมามีชาวไต-ยวนเข้ามา คนแม่แจ่มในปัจจุบันเป็นผู้คนที่ย้ายมาอยู่ตั้งแต่สมัยลัวะ
และยังมี ปกากญอ และมอญ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในพื้นที่
การเดินทาง ไปอำเภอแม่แจ่ม ไปได้ 2 ทาง คือ 1)
จากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ทางหลวงหมายเลข
1009 (สายจอมทอง-อินทนนท์) เมื่อถึงด่านตรวจอำเภอแม่แจ่ม
กม.ที่ 38 แยกซ้ายไปประมาณ 22 กิโลเมตร จะถึงตัวอำเภอแม่แจ่ม
2) จากอำเภอฮอดทางหลวงหมายเลข 108 และแยกขวาเข้าทาง
1088 ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร หรือหากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง
ใช้บริการจอมทอง-แม่แจ่ม รถวิ่งบริการระหว่างเวลา
08.00-18.00 น. |