| กิจกรรมดูนกบนดอยอินทนนท์
|
| ศูนย์บริการข้อมูลนกอินทนนท์
(ร้านลุงแดง) ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 31 หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง
ให้บริการด้านข้อมูลนกในดอยอินทนนท์ เช่น สมุดบันทึกการพบนกในดอยอินทนนท์
ภาพวาดลายเส้นของนักดูนกท่านต่างๆแผนที่เส้นทางดูนกดอยอินทนนท์
ภาพถ่าย สไลด์เกี่ยวกับนก ฯลฯ ให้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
|
| กิ่วแม่ปาน |
| เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์
ทางเข้าอยู่กิโลเมตรที่ 42 ด้านซ้ายมือ ระยะทางเดิน
3 กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ
สัมผัสธรรมชาติโดยแท้จริง ระหว่างทางเดินจะพบป่าดิบเขา
(Hill Evergreen) ก่อนผ่านเข้าสู่ทุ่งหญ้าซึ่งเคยเป็นพื้นที่ป่าถูกทำลาย
เพื่อเป็นการศึกษาลักษณะการเกิดผลกระทบต่อเนื่องบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ป่า
สมบูรณ์กับพื้นที่ถูกทำลาย (edge effect) หลังจากนั้นทางเดินจะเลาะริมผา
มีไอหมอกปลิวผ่านตลอดเวลา สองข้างจะพบดอกกุหลาบพันปี
หรือ Rhododendron (ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก
ขึ้นตามป่าในระดับสูง มีพันธุ์ดอกสีขาวและสีแดง
เวลาออกดอกช่วงแรกมีลักษณะเหมือนปลีกล้วย ก่อนที่จะบานเต็มต้นในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
พบมากในแถบเทือกเขาหิมาลัยและเป็นไม้ประจำชาติของเนปาลด้วย)
มองลงไปยังเบื้องล่างจะพบทัศนียภาพที่งดงามของอำเภอแม่แจ่ม
การใช้เส้นทางนี้ต้องลงทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้ใช้เส้นทางจากหัวหน้าอุทยานฯ
และควรจัดกลุ่มละไม่เกิน 15 คน ทางอุทยานฯไม่อนุญาตให้นำอาหาร
เข้าไปรับประทานในเส้นทาง และจะปิดเส้นทางเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว
ไม่อนุญาติให้เข้าไปท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่
1 มิถุนายน ถึงวันที่ 30 ตุลาคม ของทุกปี |
| โครงการหลวงอินทนนท์
|
| ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านขุนกลาง
ตำบลห้วยหลวง อำเภอจอมทอง เดินทางตามเส้นทางสู่
ดอยอินทนนท์ ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวงหมายเลข
1009 มีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังเข้าสู่โครงการฯ
อีกประมาณ 1 กิโลเมตร โครงการหลวงอินทนนท์ รับผิดชอบส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้แก่ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง
และชาวเขาเผ่าแม้วในพื้นที่ ผลิตผลหลักของโครงการ
คือ ไม้ดอกเมืองหนาวต่างๆ เช่น คาร์เนชั่น เบญจมาศ
สแตติส ยิบโซ เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชม
แปลงปลูกดอกไม้ ห้องทดลองทำการเพาะขยายพันธุ์
และยังสามารถแวะชม แปลงปลูกดอกไม้ของชาวเขาในหมู่บ้านซึ่งอยู่บริเวณปากทางเข้าโครงการฯได้ด้วย
|
| ถ้ำบริจินดา |
| เป็นถ้ำใหญ่อยู่ในเทือกเขาดอยอ่างกาหรือดอยอินทนนท์
ใกล้กับน้ำตกแม่กลาง ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่
8.5 ของทางหลวงหมายเลข 1009 จะเห็นทางแยก ขวามือมีป้ายบอกทางไปถ้ำบริจินดา
ภายในถ้ำมีความลึกหลายกิโลเมตร เพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อย
หรือชาวเหนือเรียกว่า นมผา สวยงามมาก มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในถ้ำด้วย
นอกจากนั้น ยังมีธารหิน เมื่อมีแสงสว่างมากระทบจะเกิดประกายระยิบระยับดังกากเพชรงามยิ่งนัก
ลักษณะของถ้ำเป็นถ้ำทะลุสามารถมองเห็นภายในได้ถนัด
เพราะมีอุโมงค์ซึ่งแสงสว่างลอดเข้ามา บริเวณปากถ้ำจะมีป้าย
ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อธิบายประวัติการค้นพบถ้ำนี้
|
| น้ำตกแม่กลาง |
| เป็นน้ำตกในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
มีขนาดใหญ่ชั้นเดียว สูงประมาณ 100 เมตร ต้นน้ำอยู่บนดอยอินทนนท์
มีน้ำไหลตลอดปี มีความสวยงามตามธรรมชาติ รอบๆ
บริเวณร่มรื่นน่าพักผ่อน การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง
1009 ไปอีก 8 กิโลเมตร แยกซ้าย 500 เมตร เป็นทางลาดยางตลอด
|
| น้ำตกแม่เตี๊ยะ |
ตั้งอยู่ที่ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง
อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติ ออบหลวง
น้ำตกแม่เตี๊ยะตั้งอยู่บริเวณกลางป่าลึก ตัวน้ำตกสูงประมาณ
80 เมตร กว้างประมาณ 15 เมตร น้ำตกมีทั้งหมด 4
ชั้น มีระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี
ชาวสบเตี๊ยะนำน้ำจากที่นี่ไปใช้ในการเกษตร เหมาะสำหรับเป็นแหล่ง
ศึกษาธรรมชาติ
การเดินทาง จากเชียงใหม่โดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
108 ถึงอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาข้างที่ว่าการอำเภอ
หรือเลี้ยวขวาข้างวัดสบเตี๊ยะ มีระยะทางโดยรวม
15 กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทาง เชียงใหม่-จอมทอง
จากนั้นต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง |
| น้ำตกแม่ปาน |
| ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มประมาณ
16 กิโลเมตร แยกจากทางหลวงหมายเลข 1009 ตรงด่านตรวจกิโลเมตรที่
38 ไปตามเส้นทางสายอินทนนท์-แม่แจ่ม (ทางหลวงหมายเลข
1192) ประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตก
แยกเข้าไปอีก 9 กิโลเมตร เป็นทางลูกรังในช่วงหน้าฝนทางลำบากมาก
ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น และจากจุดจอดรถต้องเดินต่อไปอีก
ประมาณ 10 นาที จึงจะถึงตัวน้ำตก น้ำตกแม่ปานนับว่าเป็นน้ำตก
ที่ยาวที่สุดของเชียงใหม่ก็ว่าได้ น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาซึ่งสูงกว่า
100 เมตร เป็นทางยาว ถ้ามองดูแต่ไกลจะเห็นสายน้ำยาวสีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ทำให้ดูเด่น
น้ำที่ตกลงมายังเบื้องล่างกระทบโขดหินแตกเป็นฟองกระจายไปทั่วบริเวณ
เบื้องล่างมีแอ่งน้ำหลายแอ่งผู้มาพักผ่อนลงอาบเล่นได้
|
| น้ำตกแม่ยะ |
| เป็นน้ำตกในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
มีขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง เพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน
280 เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้นๆ เหมือนม่าน
แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำใสเย็นเหมาะสำหรับ
เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งบริเวณรอบๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบ
และมีศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวตั้งอยู่ด้วย
บริเวณน้ำตกสะอาด และจัดการพื้นที่ได้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง 1009 ไปประมาณ
1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไป 14 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีก
200 เมตร |
| น้ำตกวชิรธาร |
| เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ
ตาดฆ้องโยง ตัวน้ำตกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ
750 เมตร น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง
ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็น
และชุ่มชื้น สะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปหาหน้าผานั้นจะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลา
ในฤดูน้ำมาก แต่หากเดินเข้าไปจนสุดจากจุดนั้นจะได้สัมผัสกับความงาม
ของน้ำตกมากที่สุด การเดินทาง จากเชิงดอยอินทนนท์ขึ้นไปถึงกิโลเมตรที่
21 จะเห็นป้ายบอกทางแยกขวาเข้าน้ำตก ลงไป 500
เมตร ถนนจะถึงที่ตัวน้ำตก อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางเดิมอยู่เลยจาก
ทางแยกแรกไปประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามป้ายและเดินจากลานจอดรถ
ลงไปอีก 351 เมตร หากใช้เส้นทางนี้จะได้สัมผัสกับงามของธรรมชาติรอบด้าน
ตลอดทางเดิน |
| น้ำตกสิริภูมิ |
| เป็นน้ำตกซึ่งไหลมาจากหน้าผาสูงชัน
เป็นทางยาวสวยงามมาก สามารถมองเห็นได้จากถนนขึ้นดอยอินทนนท์ตรงที่ทำการอุทยานฯ
จะเห็นเป็นสายน้ำตกแฝดไหลลงมาคู่กันแต่เดิมเรียกว่า
เลาลี ตามชื่อของหมู่บ้านม้ง (แม้ว) เลาลี ซึ่งอยู่ใกล้ๆ
น้ำตก น้ำตกสิริภูมิตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 31
ของทางหลวงหมายเลข 1009 มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ
2 กิโลเมตร แต่รถไม่สามารถเข้าไปใกล้ตัวน้ำตกได้
นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเข้าไปบริเวณด้านล่างของน้ำตก
|
| น้ำตกห้วยทรายเหลือง |
| เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีน้ำไหลแรงตลอดปี
และไหลจากหน้าผาลงมาเป็นชั้นๆ ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน
อยู่ห่างจากถนนสายดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม ประมาณ
21 กิโลเมตร และแยกซ้ายเข้าไปสภาพทางเป็นดินลูกรังช่วงหน้าฝนต้องใช้รถขับเคลื่อน
4 ล้อ |
| พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
|
| ตั้งอยู่บนกิโลเมตรที่ 41.5
ทางด้านซ้ายมือ สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทย
โดยพระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี
พ.ศ. 2530 และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ
5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2535 พระมหาธาตุทั้ง 2 องค์นี้
มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน คือ ฐานเป็นรูป 12 เหลี่ยม
มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น 2 ระดับ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปบูชา
รอบบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์โดยรอบได้อย่างสวยงาม
|
| ยอดดอยอินทนนท์ |
| จุดสิ้นสุดของเส้นทางสายนี้
เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,599 เมตร)
มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นที่ตั้งของสถานีเรด้าของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์
เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้ายซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของป่าไม้และหวงแหน
ดอยหลวงเป็นอย่างมากต้องการที่จะอนุรักษ์ไว้จนชั่วลูกชั่วหลาน
ท่านผูกพันกับที่นี่มากจึงสั่งว่าหากสิ้นพระชนม์ไปแล้วก็ขอให้แบ่งเอาอัฐิส่วนหนึ่งมาไว้ที่นี่
|
| วัดพระธาตุดอยน้อย |
| ตั้งอยู่ที่ตำบลดอยหล่อ อำเภอจอมทอง
ตามทางหลวงหมายเลข 108 ระหว่างกิโลเมตรท ี่ 43-44
หากมาจากเชียงใหม่จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ตามประวัติว่าสร้างโดยพระนางจามเทวี
เมื่อปี พ.ศ. 1201 โบราณสถานและโบราณวัตถุที่พบ
ได้แก่ พระบรมธาตุ โข่งพระ (กรุพระ) โบสถ์ วิหาร
และพระพุทธรูปหินอ่อนแกะสลัก ทั้งองค์เล็กองค์ใหญ่มากมาย
บริเวณวัดตั้งอยู่บน ภูเขาติดลำน้ำปิง มองเห็นทิวทัศน์โดยรอบทุกทิศ
มีบันไดนาคขึ้นไป 241 ขั้น |
| อ่างกาหลวง |
| เส้นทางนี้ศึกษาธรรมชาติเส้นนี้
สำรวจวางแนวและออกแบบเส้นทางเดินโดย คุณไมเคิล
แมคมิลแลน วอลซ์ นักสัตววิทยาและอาสาสมัครชาวแคนาดาประจำอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานและทุ่มเทให้กับอินทนนท์
เขาได้เสียชีวิตที่นี่ด้วยโรคหัวใจ คติข้อหนึ่งของคุณไมค์คือ
รักโลกนี้เสมอไปทำงานเพื่อปกป้องแต่ต้องไม่ลืมหาความสุขจากมันด้วย
|
| อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
|
| แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า
ดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่
ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า
ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ
แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า
อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า ดอยอ่างกา |